วันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2553

[New post] "ธาริต"รับ ข้อมูลจริง 5 จนท.-6ศพ



From: ThaiUK Press <no-reply@wordpress.com>
Date: 2010/12/9
Subject: [New post] "ธาริต"รับ ข้อมูลจริง 5 จนท.-6ศพ
To:

"ธาริต"รับ ข้อมูลจริง 5 จนท.-6ศพ


ระบุตู่แฉ-อยู่ในสำนวน! นพดลเปิดจม.เชิญแม้ว ยังขอตัดสินใจไป-ไม่ไป ประวิตรชี้สหรัฐจับแน่


คว้ารางวัล - ภาพ ถ่ายวันสลายม็อบนปช. ฝีมือ "พอลลา บรอนสตีน" ช่างภาพหญิงของเก็ตตี้ อิมเมจ ซึ่งได้รางวัลช่างภาพยอดเยี่ยมปี 2553 จากสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT)

′ ธาริต′ ยอมรับข้อมูลเปิดโปงของ′จตุพร′ ตามที่ระบุรู้ตัว 5 จนท. ยิงคนในวัดปทุมฯ ปรากฏในสำนวนสอบสวนของดีเอสไอจริง บอกตัวเองทำไปตามพยานหลักฐาน แต่ตอนนี้ไม่เกี่ยวข้องแล้ว เพราะสำนวนอยู่ที่ตำรวจ ′มาร์ค′โบ้ยให้ไปพิสูจน์กันในกระบวนการทางศาล แต่อัดจตุพรชอบพูดความจริงบางส่วน พูดชัดจะเลิกพ.ร.ก. ฉุกเฉินก่อนปีใหม่ เพราะสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ทางด้านแม่น้องเกดจี้นายกฯปลดธาริตทันที เพราะมีหลักฐานในมือแต่ไม่ทำอะไร ย้ำมีพยานเห็นหน้าจ.ส.อ.คนยิงถล่มวัดเยอะแยะ ′นพดล′เผยนายใหญ่ขอวีซ่าเข้าสหรัฐแล้ว ได้วีซ่าเมื่อไรต้องมาพิจารณาทบทวนอีกจะไปสหรัฐหรือไม่ ′ประวิตร′ไม่หนักใจ บอกไปสหรัฐเมื่อไรโดนจับตัวส่งกลับไทยแน่นอน ส.ส.ปชป. ฟันธงแม้วไม่กล้าไปสหรัฐแน่นอน

จากกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. ได้ข้อมูลจากสำนวนสอบสวนของดีเอสไอ ระบุรู้ตัว 5 เจ้าหน้าที่ที่ยิงใส่วัดปทุมฯ เมื่อค่ำวันที่ 19 พ.ค. 53 จนมีผู้เสียชีวิตรวม 6 ศพแล้วนั้น

-ประวิตรโต้ทหารยิงวัดปทุมฯ

เมื่อ เวลา 09.00 น. วันที่ 8 ธ.ค. ที่กองบิน 5 จ.ประจวบคีรีขันธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีประดับเหรียญกล้าหาญบนธงชัยเฉลิมพลของกองบิน 5 และวางพวงมาลาหน้าอนุเสาวรีย์วีรชน 8 ธ.ค.2484 ประจำปี 2553 โดยมีพล.อ.กิตติพงษ์ เกษโกวิท ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.สส. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. พล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ ผบ.ทอ. พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. และผู้แทนหน่วยราชการต่างๆ เข้าร่วมพิธี

เวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดงนำคลิปเหตุการณ์กระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่มีทหารเข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เผาสถานที่ต่างๆ มาเปิดเผยว่า ไม่มี ตนทำงานอยู่ที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ตลอดเวลา กว่าทหารจะเข้าไปในพื้นที่ได้ก็ลำบาก โดยทหารเข้าไปดูแลพื้นที่เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งยืนยันได้ว่าไม่มีทหารเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รุนแรง ส่วนที่นายจตุพรระบุได้ข้อมูลมาจากตำรวจว่ามีทหารเข้าไปเกี่ยว ข้องโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่วัดปทุมวนารามนั้น ยืนยันอีกครั้งว่าไม่มี ทหารทำหน้าที่เพียงควบคุมดูแลความสงบทุกอย่าง ซึ่งทั้งหมดต้องว่าไปตามรูปคดี ตำรวจมีหน้าที่สืบสวนสอบ สวน แต่ตนยืนยันว่าศอฉ.ไม่ได้สั่งให้ใครไปทำร้ายใคร ศอฉ.มีหน้าที่ดูแลเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินประชาชน

-ชี้สหรัฐจับแม้วข้ามแดนแน่

เมื่อ ถามถึงนายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุจะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินก่อนปีใหม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามเลขาธิการสมช. การยกเลิกพ.ร.ก.หรือไม่นั้น ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมศอฉ.อีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าจะยกเลิกในพื้นที่ใดได้บ้าง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากสถานการณ์ดีขึ้นและเรียบร้อยคงไม่มีปัญหา หากมีกฎหมายอื่นมาดูแลได้ก็ถือว่าโอเค เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ทั้งเป็นไปได้ และเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องดูสถานการณ์ และการรายงานจากฝ่ายข่าว

เมื่อ ถามว่ากองทัพกังวลหรือไม่กรณีพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงต่อซีเอสซีอี พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะเรื่องนี้มีกฎหมายและมีสนธิสัญญาร่วมกันระหว่างไทยกับสหรัฐในเรื่องการ ส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ใช่เรื่องของศอฉ. เมื่อถามว่าหากพ.ต.ท. ทักษิณเข้าสหรัฐ ทางสหรัฐสามารถส่งตัวให้กับไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนได้หรือไม่ พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า หากเป็นไปตามกฎหมายก็ต้องดำเนินการ แต่ขึ้นอยู่กับประเทศคู่เจรจา ในรายละเอียดตนไม่ทราบว่าพ.ต.ท. ทักษิณเข้าประเทศตามคำเชิญได้หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศ ศอฉ.มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เมื่อถามถึงการชุมนุมของกลุ่มนปช.ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า คงไม่มีอะไร แต่ศอฉ.จะดูในภาพรวม โดยเฉพาะการติดตามทางด้านการข่าว

-แม่เกดจี้มาร์คปลดธาริตด่วน

นาง พะเยาว์ อัคฮาด มารดาน.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด อายุ 25 ปี พยาบาลอาสาที่ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณเต็นท์ภายในวัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา กล่าวว่า ตามที่นายจตุพรนำหลักฐานผลการสอบในคดีสลายม็อบเสื้อแดง การเผาศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ รวมทั้งการเสียชีวิตของพยาบาลอาสาทั้ง 6 ศพในวัดปทุมฯ ออกมาเปิดเผยนั้น ตนยืนยันว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ไม่เคยมีใครเปิดเผยมา ก่อน แม้กระทั่งนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่รับผิดชอบในการทำคดีเสื้อแดงโดยตรง ก่อนที่จะโอนคดีไปให้ตำรวจ ก็ไม่เคยที่จะออกมาแถลงข้อเท็จจริงให้ประชาชนทราบในข้อมูลเหล่านี้เลย ทั้งนี้ จึงขอเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาปลดหรือย้ายนายธาริตให้พ้นออกจากตำแหน่งอธิบดีดีเอสไอทันที ไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป และนายธาริตก็เป็นหนึ่งในศอฉ.ที่ร่วมออกคำสั่งฆ่าประชาชน และหากข้อเรียกร้องนี้ไม่เป็นผลก็จะมีการเคลื่อนไหวใหญ่ต่อไป

นางพะ เยาว์ กล่าวต่อว่า นับจากนี้ข้อมูลลักษณะนี้จะทยอยเปิดออกมาเป็นระยะ ยังมีหลักฐานอีกเป็นจำนวนมากที่อยู่ในมือประชาชนและรอวันเปิดเผยอยู่ อย่างไรก็ตาม กรณีพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ออกมาระบุว่าภาพถ่ายเหตุการณ์กรณีเจ้าหน้าที่ถือปืนไล่ยิงประชาชนบริเวณ ศูนย์การค้าเซ็น ทรัลเวิลด์ ที่สื่อนำเสนอไปนั้นเป็นภาพเก่า คนละมุม ตนจึงขอเรียกร้องให้ศอฉ.ช่วยนำหลักฐานที่แท้จริงมาเปิดเผย อย่าพูดลอยๆ แบบนี้ จะทำให้ประเทศชาติเสียหาย เป็นถึงระดับนายทหารและโฆษก ศอฉ.พูดอะไรควรจะมีหลักฐาน อย่าโยนความผิดให้ประชาชน เพราะหลักฐานมันฟ้อง ถึงเวลาที่จะเอาความจริงมาพูดกัน

-ยันจ.ส.อ.ผมหงอกยิงถล่มวัด

"ส่วน กรณีมีการเปิดเผยว่ามีเจ้าหน้าที่ทหาร 5 นาย ยอมรับว่าได้ใช้อาวุธประจำกายยิงเข้าไปในวัดปทุมวนาราม และหนึ่งในนั้นมีทหารยศ จ.ส.อ.ชื่อย่อ ส. รวมอยู่ด้วย ซึ่งข้อมูลดังกล่าวตรงกับที่ฉันเคยได้รับจากพยานคนหนึ่งที่ยืนยันว่า จ.ส.อ.คนนี้ในวันเกิดเหตุ ยืนอยู่บนรางรถไฟฟ้าหน้าวัดปทุมฯ และได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เข้ามาที่เต็นท์วัดที่ลูกสาวฉันและเพื่อนเขาทำ งานอยู่จนเสียชีวิตทั้งหมด และพยานคนนี้ยังบอกรูปพรรณสัณฐานด้วยว่าทหารคนนี้มีลักษณะผมหงอกด้านข้าง อายุประมาณ 40-45 ปี" มารดาน้องเกดกล่าว

วันเดียวกัน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริตกล่าวถึงกรณีนายจตุพรหลักฐานการเสียชีวิตของกลุ่มคนเสื้อแดงจาก เหตุการณ์ชุมนุม ที่เจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปเกี่ยวข้องว่า ข้อมูลที่นายจตุพรออกมาเปิดเผยเป็นส่วนหนึ่งในสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอจริง ซึ่งดีเอสไอได้ส่งข้อมูลทุกอย่างโดยละเอียดไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ผ่านมาดีเอสไอไม่เคยนำข้อมูลออกมาเปิดเผย แต่หลังจากนี้คงต้องเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของตำรวจที่ต้องเก็บความลับ ในสำนวนคดีดีเอสไอคงไม่สามารถก้าวก่ายอะไรมาก


ภาพสำคัญ - ภาพถ่ายวันสลายม็อบนปช. ฝีมือ "พอลลา บรอนสตีน" ช่างภาพหญิงของเก็ตตี้ อิมเมจ ซึ่งได้รางวัลช่างภาพยอดเยี่ยมปี 2553 จากสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) และออนเอเชีย

-ธาริตยอมรับข้อมูลของจตุพร

นาย ธาริต กล่าวต่อว่า ตนไม่ได้การันตีข้อมูลที่นายจตุพรระบุว่าเป็นความจริงทุกอย่าง แต่สิ่งที่ออกมาระบุเป็นเพียงบางส่วนในสำนวน ที่ผ่านมาดีเอสไอทำงานตรงไปตรงมา เพียงแต่ไม่ได้ออกมาแถลงรายละเอียดในสำนวนเท่านั้น หากหน่วยงานทางทหารจะโกรธเคืองตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะหลักฐานภาพถ่าย คลิปวิดีโอ และพยานบุคคลที่ดีเอสไอได้รับ ก็ ปรากฏชัดเจนว่าใครเกี่ยวข้องบ้าง ทุกอย่างว่าไปตามหลักฐาน หากตนไปบิดเบือนแล้วจะตอบลูกน้องได้อย่างไร แต่ตนก็สบายใจในระดับหนึ่ง เพราะว่าข้อมูลไม่ได้หลุดไปจากขั้นตอนการทำงานของดีเอสไอ

อธิบดีดี เอสไอ ยังกล่าวถึงกรณีศาลยกคำร้องยื่นคัดค้านการประกันตัวนายจตุพรว่า ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย มีความจำเป็นต้องยื่นคัดค้าน ไม่ใช่การกลั่นแกล้งแต่อย่างใด นายจตุพรเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย ต้องอยู่ภายในเงื่อนเดียวกับผู้ต้องหารายอื่น เพื่อความยุติธรรม

ด้าน นายนที สรวารี นายกสมาคมสร้าง สรรค์อิสรชน และแกนนำกลุ่มอาทิตย์ซาบซึ้ง กล่าวว่า เมื่อวานนี้ ได้มีสมาชิกเสื้อแดงเดินทางมาร่วมกิจกรรมจำนวนมากกว่า 200 คน โดยได้นั่งพับนกกระดาษแดง บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ย่านวงเวียนใหญ่ เพื่อไว้สำหรับเข้าร่วมกิจกรรม "นกกระดาษล้านตัว เที่ยงวันยันเที่ยงคืน" ในวันที่ 19 ธ.ค.ที่สี่แยกราชประสงค์ ส่วน กิจกรรมที่วงเวียนใหญ่นี้ตนจะจัดเป็นประจำทุกวันที่ 7 ของเดือน ตั้งแต่เวลา 16.00-18.30 น. โดยในเดือนม.ค. 2554 จะเป็นกิจกรรม "ปูเสื่อกินข้าวรับปีใหม่"

-แม้วประเมินซ้ำไป-ไม่ไปสหรัฐ

เมื่อ เวลา 13.30 น. ที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ นำสำเนาหนังสือเชิญของกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรปหรือซี เอสซีอี ที่ส่งถึงพ.ต.ท.ทักษิณมาแจกจ่ายแก่สื่อมวลชนพร้อมแถลงว่า หลังปรากฏข่าวพ.ต.ท.ทักษิณตอบรับคำเชิญของคณะกรรมาธิการซีเอสซีอีเพื่อเข้า ชี้แจงข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทย ดูเหมือนนายกฯ และรมว.ต่างประเทศของไทยตื่นเต้นตื่นตูมพอสมควร ทราบว่ามีความพยายามล็อบบี้บุคคลระดับสูงในฝ่ายบริหารของสหรัฐอย่างเข้มข้น และแข็งขัน ไม่ให้ออกวีซ่าแก่พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งชวนให้เราคิดได้ว่ารัฐบาลปกปิดความจริงอะไรในการสลายชุมนุมที่เป็นเหตุ ให้มีคนตาย 91 ศพ บาดเจ็บกว่า 2,000 รายไว้หรือไม่ จึงไม่ต้องการให้พ.ต.ท.ทักษิณไปเปิดเผยความจริงกับสหรัฐ ทั้งนี้ นอกจาก พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว กรรมาธิการเชิญตัวแทนรัฐบาลไทยด้วย ดังนั้นนายกษิต ภิรมย์ รมว. ต่างประเทศ ซึ่งมีหน้าที่หลักไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณทำไมไม่ใช้โอกาสนี้เดินทางไปสหรัฐ เพื่อชี้แจงข้อมูลและรับฟังสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณจะพูด ถือเป็นโอกาสอันดีที่ทั้งสองฝ่ายจะได้นำเสนอข้อมูล

นายนพดลกล่าวว่า จากที่ตนโทรศัพท์พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณเมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 ธ.ค. ทราบว่าพ.ต.ท.ทักษิณยื่นขอวีซ่าขอเข้าสหรัฐแล้วจากประเทศที่พำนัก แต่ไม่ได้ถามว่าเป็นประเทศอะไร อยู่ระหว่างรอว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ ถ้าไม่ได้วีซ่า พ.ต.ท.ทักษิณก็เดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาไม่ได้ แต่การไต่สวนซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16 ธ.ค. หากเราไม่สามารถเดินทางเข้าไปชี้แจงข้อมูลด้วยตัวเองได้ ก็จะหาช่องทางนำเสนอข้อมูลไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง กรณีได้รับวีซ่าแล้วก็ต้องมีการประเมินความปลอดภัยทั้งด้านร่างกายและกฎหมาย อีกครั้ง ก่อนตัดสินใจเดินทางเข้าสหรัฐ ผู้สื่อข่าวถามว่าการเป็นนักโทษหนีคดีจะมีผลต่อการขอวีซ่าหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่าเป็นดุลพินิจของสหรัฐ แต่ทั่วโลกเข้าใจดีว่าคดีที่ดินรัชดาฯเกิดขึ้นหลังจากการยึดอำนาจ 19 ก.ย.49 และดูเหมือนเรื่องการเมืองด้วยซ้ำไป ดังนั้นจะนำไปเทียบกับคดีนายวิกเตอร์ บูท ไม่ได้

-จิ๋วเชื่อแม้วไปสหรัฐไร้ปัญหา

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณเตรียมเดินทางไปให้ข้อมูลตามคำเชิญของคณะ กรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (ซีเอสซีอี)ว่า เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีคนเป็นห่วงมาก รวมทั้งต่างประเทศที่สนใจติดตามเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมามีคนเสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมเป็นจำนวนมาก มองว่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ใหญ่พอและพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าข้อเท็จจริงคือ อะไร เชื่อว่าจะไม่มีการพูดให้เสียหายต่อประเทศไทย และจะทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยมากกว่า

ผู้สื่อข่าวถาม ถึงกรณีที่มีข่าวว่ารัฐบาลจะขอให้ทางการสหรัฐส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน พล.อ.ชวลิตกล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการ แต่การเชิญครั้งนี้เป็นคำเชิญอย่างเป็นทางการของสภาคองเกรส ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

พล.อ.ชวลิตกล่าวถึงความล่าช้าในการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมว่า กรณีที่เกิดขึ้นมีรูปถ่ายและหลักฐานที่เป็นจริง แต่ไม่รู้ว่าเหตุใดจึงไม่ปรากฏผลการตรวจสอบ จึงเชื่อว่ารัฐบาลน่าจะรอจังหวะเวลาการที่จะเปิดเผยข้อเท็จจริง ส่วนที่นายจตุพรออกมาเปิดเผยผลการสอบสวนของดีเอสไอนั้น เพราะต้องการสื่อให้สังคมรับทราบ เพราะเพียงผู้เสียชีวิตเพียงศพเดียวก็ต้องให้ความสำคัญ

-ไกรศักดิ์อัดแม้ว-ตายเป็นพันศพ

นาย ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่าคณะกรรมา ธิการทราบหรือไม่ว่าพ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ต้องหาในคดีที่เกี่ยวกับการใช้อำนาจ มิชอบในการทุจริต อาทิ คดีหลีกเลี่ยงการเสียภาษีจากการซื้อขายหุ้นบริษัท ชินวัตรฯ โดยศาลอาญา พิพากษาให้จำคุกพ.ต.ท.ทักษิณและสมาชิกในครอบครัวที่เกี่ยวข้องคนละ 2 ปี และคดีทุจริตซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก ซึ่งอัยการสูงสุดยื่นฟ้องพ.ต.ท. ทักษิณว่ากระทำผิดพ.ร.บ. ประกอบ รัฐธรรม นูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และข้อหาปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ซึ่งเป็นการซื้อขายที่ดินที่ต่ำกว่าราคาประเมิน และคดีนี้อยู่ในกระบวนการของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการ เมือง

นายไกรศักดิ์กล่าวว่า อีกทั้งพ.ต.ท.ทักษิณยังมีส่วนผลักดันให้ผู้ที่มาชุมนุมต้องตกอยู่ใน สถานการณ์ที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนในช่วงเดือนเม.ย.และพ.ค.ที่ผ่านมาอีกด้วย ถึงแม้คดี อาจไม่ร้ายแรง แต่กระทรวงการต่างประเทศ อัยการสูงสุด และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรประสานงานกันเพื่อติดต่อส่งข้อมูลเกี่ยวกับคดีต่างๆไปยังสหรัฐ เพื่อทำเรื่องขอส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป และหากเราขอตัวพ.ต.ท.ทักษิณตามสนธิสัญญาการส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทยกับ สหรัฐ ทางสหรัฐควรยอมส่งตัวมาให้ และว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายใต้การดำเนินนโยบายของพ.ต.ท. ทักษิณ ส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตของประชาชนนับพันคนในการดำเนินนโยบายปราบปรามยา เสพติดในระยะเวลา 3 เดือน รวมทั้งการปราบปรามและละเมิดสิทธิของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ จนกลายเป็นปัญหาการใช้ความรุนแรงและการขาดความเป็นธรรมที่ยากจะเยียวยาแก้ไข มาจนถึงปัจจุบัน คดีเหล่านี้น่าจะถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาโดยทางคณะกรรมาธิการด้วย

-มาร์คสวนจตุพร-จริงบางส่วน

เวลา 14.20 น. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายนพดล ปัทมะ ระบุรัฐบาลล็อบบี้ไม่ให้พ.ต.ท.ทักษิณเข้าสหรัฐ เพื่อให้ข้อมูลการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยว่า "เหรอครับ เห็นว่าคุณนพดลยืนยันว่าจะไปสหรัฐ" เมื่อถามว่ากระทรวงการต่างประเทศดำเนินการอย่างไรไปบ้างแล้ว นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมาย แต่เห็นว่านายนพดลยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะไป

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึง นายจตุพรออกมาเผยผลสอบของดีเอสไอ ระบุเหตุการณ์ที่ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม แนวกระสุนยิงมาจากฝ่ายทหารว่า ดีเอสไอได้ยื่นเรื่องนี้ตามขั้นตอน เข้าใจว่าน่าจะอยู่ในการไต่สวนของศาลเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ในรายงานสรุปที่ดีเอสไอแถลงวันนั้น ใช้คำว่ามันอาจมีความเป็นไปได้ว่าจะเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ดังนั้น เพื่อความโปร่งใสก็ให้ไปสู่กระบวน การไต่สวนของศาลก็ถูกต้องแล้ว

ผู้ สื่อข่าวถามว่า มีการอ้างข้อมูลออกมาจากฝ่ายทหารว่ามีการยิงเข้าไปในวัดปทุมวนาราม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ได้เห็นรายละเอียดตรงนี้ ทุกอย่างศาลจะไต่สวนต่อไป ดังนั้น ทุกอย่างต้องโปร่งใสอยู่แล้ว เมื่อถามว่านายกฯห่วงหรือไม่ว่านายจตุพรอาจเลือกตัดตอนข้อมูลออกมาเปิดเผย บางส่วนเท่านั้น นายกฯกล่าวว่า เป็นไปได้ เพราะในอดีตนายจตุพรพูดเยอะมาก แต่จริงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งข้อมูลต่างๆ อยู่ในกระบวนการไต่สวนของศาลเพื่อความโปร่งใส

-พูดชัด-เลิกพ.ร.ก.ก่อนปีใหม่

เมื่อ ถามว่านายจตุพรอ้างว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติยื้อเรื่องเอาไว้ ไม่ยอมดำเนินการหลังได้รับเรื่องต่อจากดีเอสไอ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะตรวจสอบ และสตช. มีหน้าที่ชี้แจงต่อไป เมื่อถามว่าถ้าสรุปออกมาว่าเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยิงกลุ่มคน เสื้อแดงในวัดปทุมวนาราม ยืนยันได้หรือไม่ว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างโปร่งใส ไม่ปล่อยเลยไป นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ ตอนนี้ต้องไปไต่สวนที่ศาล

ผู้สื่อข่าวถามว่าการพิจารณายกเลิกพ.ร.ก. บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ในพื้นที่กรุงเทพฯ กับปริมณฑล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เชื่อว่าจะยกเลิกได้ก่อนปีใหม่ เพราะสถาน การณ์ตอนนี้ดีขึ้น ตนฝากสมช.ให้ดูเรื่องแนว ทางหรือมาตรการรองรับหลังเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่คิดว่าน่าจะเลิกได้ก่อนปีใหม่ ส่วนเรื่องที่เป็นห่วงในขณะนี้มันมี 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงในอดีต แม้ขณะนี้จะมีการจับกุมได้บ้างก็ยังไม่ใช่ทั้งหมด และการที่คนเหล่านี้ยังมีเป้าหมายเหมือนเดิมอยู่ เราก็ต้องติดตาม ส่วนที่สองที่มีการเคลื่อนไหวของมวลชนซึ่งเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ถ้าไม่มีการบริหารจัดการให้ดี มันจะย้อนไปสู่การที่คนใช้ความรุนแรง เอามาใช้เป็นประโยชน์ได้เช่นกัน ที่ผ่านมาการประสานงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินกับผู้ชุมนุมเป็นไป ด้วยความเรียบร้อย ยืนยันว่าจริงๆ ขณะนี้ไม่ใช่การละเมิดสิทธิ์ใคร แต่เราไม่ต้องการใช้กฎหมายพิเศษไม่จบไม่สิ้น ก็พยา ยามเลิก แต่อยากให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงความสงบเรียบร้อย ซึ่งหลังจากบ้านเมืองสงบขึ้นทุกคนได้ประโยชน์ด้วยกัน เมื่อถามว่าถ้ายกเลิกพ.ร.ก. ฉุกเฉินไปแล้ว เกิดเหตุระเบิดขึ้น จะดำเนินการอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า อนาคตเป็นอีกเรื่องหนึ่ง สถานการณ์ขณะนี้แนวโน้มดีขึ้น

-ไก่อูย้ำจตุพรแฉเรื่องเก่า

พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) กล่าวถึงนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงระบุเตรียมเปิดเผยข้อมูลที่ได้จากตำรวจว่ามีทหารเกี่ยว ข้องกับเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตในช่วงสลายการชุมนุมที่ผ่านมาว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงการชุมนุมทั้งหมดไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่สังคมรับรู้ตั้งแต่ยังมีการชุมนุม ซึ่งทุกคนได้ติดตามข้อมูลและเหตุการณ์มาตลอดว่ามีอะไรเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างไร ทุกอย่างไม่เคยปิดบัง ทุกพื้นที่สื่อเข้าไปได้ ภาพถ่ายต่างๆ ที่นายจตุพรอ้างว่ามีหลักฐาน เป็นสิทธิที่จะร้องทุกข์กล่าวโทษกับเจ้าพนักงาน และจะชี้แจงให้ประชาชนรับทราบอย่างไรเป็นเรื่องนายจตุพร แต่มั่นใจว่าสิ่งที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานและขอบเขตของกฎหมายที่ ระวังความปลอดภัยของประชาชน ไม่ได้ทำเพราะความลุแก่อำนาจ ใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักตามหลักสากล

"ภาพต่างๆ ที่นายจตุพรนำมาเสนอ เป็นเพียงการนำเสนอด้วยคำพูดประกอบภาพให้คนเข้าใจอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในภาพไม่ได้เห็นว่าทหารและตำรวจไล่ยิงประชาชนหรือไม่ ส่วนภาพที่ทหารถือปืนในช่วงที่ผ่านมาก็มีอยู่แล้ว ถ้าไม่ให้ถือปืนจะให้ถืออะไร ที่ถือปืนไม่ได้หมายความว่าจะไปไล่ยิงใคร ส่วนที่นายจตุพรเตรียมเปิดเผย 6 คลิปกรณีสลายการชุมนุมช่วงเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ก็ดำเนินการได้ เพราะเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกฝ่ายยินดีให้ตรวจสอบ" โฆษกศอฉ.กล่าว

พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนที่พ.ต.ท. ทักษิณเตรียมเดินทางไปสหรัฐเพื่อชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษย ชนในไทยนั้น ตนไม่อยากวิเคราะห์ ต้องถามพ.ต.ท.ทักษิณเอง

-ปชป.ฟันธงแม้วไม่ไปสหรัฐ

นาย บุญยอด สุขถิ่นไทย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณที่จะเดินทางไปสหรัฐว่า เชื่อว่าถึงแม้สหรัฐจะอนุญาตให้พ.ต.ท.ทักษิณเข้าประเทศได้ แต่ที่สุดแล้วพ.ต.ท.ทักษิณจะไม่ไป เพราะสิ่งที่พ.ต.ท.ทักษิณเคลื่อนไหวในตอนนี้เป็นแค่จิตวิทยา เรียกร้องความสนใจจากคนไทยไม่ให้ลืมตนเอง และหากย้อนดูพฤติกรรมของ พ.ต.ท.ทักษิณช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าทุกครั้งที่คนไทยอยู่ในช่วงเดือนแห่งความสุขกับการเฉลิมฉลอง พ.ต.ท.ทักษิณมักออกมาเคลื่อนไหวบางอย่างทุกครั้ง เช่น ไปพบประธานาธิบดีประเทศนั้นประเทศนี้ หรือไปลงทุนทำเหมืองเพชร เพื่อเรียกความสนใจตื่นเต้น เหมือนลูกอิจฉาที่ทนไม่ได้ที่ตนเองตกระกำลำบาก

"คน อย่างพ.ต.ท.ทักษิณเชื่อถือไม่ได้ ผมเชื่อว่าเขารู้ว่าถ้าไปจริงก็ต้องถูกจับ เพราะที่ผ่านมาอ้างตลอดว่าไม่มีส่วนรู้เห็นการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง แล้วจะไปให้ข้อมูลได้อย่างไร ซึ่งมองในมุมกลับกัน หากพ.ต.ท.ทักษิณไปให้ข้อมูล เท่ากับยอมรับว่าเป็นผู้ยุยงปลุกปั่นให้คนเผาบ้านเผาเมือง ดังนั้นจึงขอท้าพนันเลี้ยงโต๊ะจีนกับคุณนพดล (ปัทมะ)ว่า ไม่มีทางที่พ.ต.ท. ทักษิณจะไปอเมริกา และขอให้พ.ต.ท.ทักษิณกรุณาอยู่ในโลกมายาของตัวเอง เพราะความจริงคือนักโทษหนีคดี ไม่ใช่นายกฯของประเทศไทยอีกแล้ว ซึ่งเป็นโลกแห่งความจริงที่พ.ต.ท. ทักษิณรับไม่ได้ใช่หรือไม่" นายบุญยอดกล่าว

-ตร.ประชุมช่วยนักโทษแดง

ที่กองบัญชาการตำรวจ นครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผช.ผบ.ตร. เปิดเผยก่อนเข้าประชุมพนักงานสอบสวนว่า วันนี้จะมีการประชุมเกี่ยวกับคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองช่วง เดือนเม.ย.-พ.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมีนโยบายที่จะสร้างความปรองดอง จึงมอบหมายให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิจารณาว่า ในบรรดาผู้ต้องหาที่ทางตำรวจและดีเอสไอได้ดำเนินคดีไป อาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากมีผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมตัวอยู่ ร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม หรืออ้างว่าไม่ได้ร่วมกระทำความผิด รวมถึงอาจจะร่วมในกรณีที่ไม่ใช่ข้อหาร้ายแรง ในจุดนี้นายกฯ มอบให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอ ได้พิจารณาด้วย

พล.ต.ท. วรพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้หากพบว่ารายใดเข้าข่ายว่าเป็นการกระทำความผิดที่ไม่ใช่ข้อหารุนแรง ทางเจ้าหน้าที่ก็มีนโยบายที่จะช่วยเหลือ ทั้งในด้านการประกันตัว ดังนั้น ตนจึงได้เชิญพนักงานสอบสวนที่เป็นเจ้าของคดีทั้งหมดมาพูดคุยกัน เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงในการกระทำของผู้ต้องหาแต่ละราย อย่างไรก็ตาม ในกรณีของแกนนำกลุ่มนปช. หรือบุคคลสำคัญนั้น ทางเจ้าหน้าที่คงไม่ได้พิจารณาด้วย นอก จากนี้ ในการพิจารณาความร้ายแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น จะมีกฎหมาย ป.วิอาญา มาตรา 108 เป็นข้อประกอบพิจารณาในการประกันตัว ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้ปฏิบัติ ทั้งนี้ ในส่วนกรณีที่ดีเอสไอแจ้งว่าภาพและข้อมูลที่นายจตุพรนำออกมาแฉ มาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เรื่องนี้ยังไม่มีการตรวจสอบ ซึ่งจะต้องมีการพิจารณาอีกครั้งต่อไป

-ตร.1พันนายคุมม็อบ10ธ.ค.

พล.ต.ต. วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เปิดเผยถึงกรณีการรับมือกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะรวมตัวกันในวันที่ 10 ธ.ค. ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชา ธิปไตย ว่า ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าชุดเจรจาต่อรอง โดยตนได้ประสานไปยังแกนนำกลุ่มเสื้อแดง เพื่อตกลงข้อระเบียบต่างๆ ในการชุมนุม ซึ่งทางด้านนายจตุพร ประสานกลับมาว่าจะเข้าไปพูดคุยกับทางผศ.เภสัชกร (หญิง) ธิดา โตจิราการ ภรรยาของน.พ.เหวง โตจิราการ ซึ่งรักษาการประธานกลุ่มนปช. เพื่อที่จะให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบ ส่วนในเรื่องของการจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดูแลการชุมนุมของทางกลุ่มคนเสื้อแดงนั้น ในช่วงเย็นของวันนี้จะมีการประชุมกัน เพื่อที่จะวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้จำนวนเท่าใด ซึ่งนายจตุพรเองบอกว่า การชุมนุมคงจะไม่มีการยืดเยื้อ เหมือนกับการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ในครั้งที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่อนุญาตให้มีการตั้งเวที ใช้เครื่องขยายเสียง หากมีการฝ่าฝืนต้องดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป

ต่อมาเวลา 17.00 น. พล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.น. เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน สายตรวจ จราจร ตำรวจปราบจลาจล (ปจ.) เพื่อเตรียมพร้อมดูแลความเรียบร้อยของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันศุกร์ที่ 10 ธ.ค. นี้ ว่า วันนี้เป็นการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อวางแนวทางการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น. ได้มอบหมายให้พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบก.น.6 เป็นผบ.เหตุการณ์ สำหรับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ดูแลความสงบเบื้องต้นใช้กำลัง 1,000 นาย และจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้ามาช่วยงานตำรวจด้วย ซึ่งจากการข่าวในขณะนี้ ยังไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าจะเกิดความรุนแรง แต่ทางตำรวจไม่ประมาท ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยไว้รอบพื้นที่การชุมนุมทั้งหมด เพื่อป้องกันกลุ่มมือที่ 3 ที่อาจฉวยโอกาสก่อเหตุ ส่วนกิจกรรมของกลุ่มคนเสื้อแดงคาดว่าจะเริ่มเวลา 09.00-20.00 น.

-กษิตเชื่อสหรัฐไม่ให้แม้วเข้า

นา ยกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณไม่สามารถเดินทางไปสหรัฐได้ โดยคิดว่าคำตอบมันอยู่ในตัว พ.ต.ท. ทักษิณเข้าหลายประเทศไม่ได้ เข้าสหรัฐไม่ได้

"การชี้แจงต่อซีเอสซีอี จะพูดถึงแค่เหตุการณ์เดือนเม.ย. 2552 และพ.ค. 2553 คงไม่ได้ การละเมิดสิทธิเสรีภาพ สูญเสียชีวิตด้วยเหตุการณ์ทางการเมือง ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่เหตุการณ์ความไม่สงบของจังหวัดชายแดนภาคใต้ การฆ่าตัดตอนในการปราบปรามยาเสพติด การลักพาตัวของทนายสมชาย นีละไพจิตร เหตุ การณ์ที่ตากใบและกรือเซะ มาจนถึงเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.2551 ในช่วงรัฐบาลสมัยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนมาถึงเหตุการณ์ในช่วงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกษิต กล่าว

ผู้ สื่อข่าวถามว่า นายกฯ มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการ จะดำเนินการอย่างไร นายกษิตกล่าวว่า เราทำไปแล้ว มีนายกิตติพงษ์ ณ ระนอง เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และมีนายนรชิต สิงหเสนี เอกอัครราชทูตประจำนครนิวยอร์ก สหประชาชาติ อยู่แล้ว และป้อนข้อมูลให้กับสถานทูตทุกประเทศอยู่แล้ว

-เปิดเนื้อหาจดหมายเชิญแม้ว

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจดหมายเชิญ พ.ต.ท.ทักษิณไปยังสหรัฐ เป็นของนายเบนจามิน แอล. การ์ดิน วุฒิสมาชิกสหรัฐ และประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและความร่วมมือแห่งทวีปยุโรป หรือซีเอสซีอี จ่าหน้าถึง "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" และ แอนดรูว์ เจ. ดูร์โกวี บริษัทอัมสเตอร์ดัม แอนด์ พี รอฟฟ์ กรุงวอชิงตัน สหรัฐ ลงวันที่ 23 พ.ย.2553 ภายในมีเนื้อหาเรียนเชิญพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางไปแสดงความคิดเห็นด้วยวาจา เป็นเวลา 7-10 นาที เกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนและสถานการณ์ทางด้านการเมืองในไทย เนื่องในวาระการประชุม "ประเทศไทย : ประชาธิปไตย การปกครอง และสิทธิมนุษยชน" ในวันที่ 16 ธ.ค.2553 เวลา 15.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น

เนื้อ ความระบุถึงสาเหตุของการเรียนเชิญว่า ในฐานะที่ไทยเป็นภาคีด้านความร่วมมือกับองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความ ร่วมมือในยุโรป หรือโอเอสซีอี และพัฒนาการของสถานการณ์ทางด้านการเมืองในไทย โดยเฉพาะการปราบปรามผู้ประท้วงทางด้านการเมืองเมื่อเร็วๆ นี้ที่กรุงเทพฯ เป็นที่สนใจของคณะกรรมาธิการเฮลซิงกิ รวมทั้งเมื่อไม่นานมานี้ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช. เป็นโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรือไอซีซี โดยกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทยปัจจุบันว่า กระทำผิดในข้อหาอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ ในการปราบปรามดังกล่าว

"ทาง คณะกรรมาธิการเฮลซิงกิ จึงใคร่ขอรับฟังมุมมองของพ.ต.ท.ทักษิณต่อสถานการณ์ทางด้านสิทธิมนุษยชน รวมทั้งเสรีภาพของสื่อ มวลชน และเสรีภาพในการแสดงออก ความพยายามของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนวิธีการที่สหรัฐอเมริกาและองค์การนานาชาติ รวมถึงโอเอสซีอีจะเข้าไปมีบทบาทช่วยส่งเสริมสถานการณ์ทางด้านสิทธิมนุษยชน ให้ดียิ่งขึ้น และตอกย้ำให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม" เนื้อหาในจดหมายระบุ

Add a comment to this post


WordPress

WordPress.com | Thanks for flying with WordPress!
Manage Subscriptions | Unsubscribe | Reach out to your own subscribers with WordPress.com.

Trouble clicking? Copy and paste this URL into your browser: http://subscribe.wordpress.com




--




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น